ฝรั่งเศสเรียกร้องรัสเซียหยุดเหตุนองเลือดในเขตกบฏซีเรีย

ประธานาธิบดีฝรั่งเศสขอให้ประธานาธิบดีรัสเซียช่วยยุติปฏิบัติการของกองทัพซีเรีย ซึ่งเดินหน้าถล่มเขตบึดครองของกบฏที่อยู่ชานกรุงดามัสกัสอย่างหนัก จนมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 240 คนแล้ว ตั้งแต่ต้นสัปดาห์นี้ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 10 ก.พ. ว่าทำเนียบเลลีเซออกแถลงการณ์เมื่อวันศุกร์ ว่าประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง สนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน เกี่ยวกับสถานการณ์การโจมตี

ทั้งทางบกและทางอากาศในเขตกูตาตะวันออก ซึ่งเป็นพื้นที่ยึดครองแห่งสุดท้ายของฝ่ายกบฏที่เหลืออยู่รอบกรุงดามัสกัส และจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นมากกว่า 240 คนแล้วนับตั้งแต่ต้นสัปดาห์นี้ โดยผู้นำฝรั่งเศสเรียกร้องให้ผู้นำรัสเซียใช้อิทธิพลที่มีอยู่เหนือรัฐบาลดามัสกัส กดดันกองทัพซีเรียให้ยุติภารกิจทั้งในเขตกูตาตะวันออกและจังหวัดอิดลิบ ขณะเดียวกัน มาครงกล่าวชื่นชมความพยายามของปูตินในการผลักดันให้กระบวนการเจรจาสันติภาพเดินหน้า แต่ “วิตกกังวล” เกี่ยวกับการใช้อาวุธเคมีโจมตีพลเรือนในเขตกบฏของซีเรียหลายต่อหลายครั้งในช่วงไม่ถึง 1 เดือนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม กระทรวงการต่างประเทศรัสเซียมีแถลงการณ์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ว่าการหยุดยิง “ยังห่างไกลจากความเป็นจริง” และประณาม “กลุ่มติดอาวุธ” ในเขตกูตาตะวันออก เป็นต้นเหตุของการนองเลือดในพื้นที่ ซึ่งองค์กรสังเกตการณ์ด้านสิทธิมนษุยนชนซีเรีย ( เอสโอเอชอาร์ ) ประเมินว่าเป็นสถานการณ์สู้รบรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2558 ในอีกด้านหนึ่ง กองทัพสหรัฐและพันธมิตรยังคงเดินหน้าโจมตีทางอากาศในจังหวัดเดอีร์ เอสซอร์ ที่อยู่ทางตะวันตกของซีเรีย โดยมีรายงานทหารรัฐบาลและกองกำลังสนับสนุนเสียชีวิตแล้ว “มากกว่า 100 คน” ตั้งแต่วันพุธที่ผ่านมา ขณะที่พล.อ.เจมส์ แมตทิส รมว.กระทรวงกลาโหมสหรัฐ กล่าวถึงปฏิบัติการครั้งนี้ “เป็นการป้องกันตัวเอง” จากการถูกลอบโจมตีก่อน. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews